ปัญหาการยาแนวร่องกระเบื้องสระว่ายน้ำ- ช่วงหน้าฝน

ปัญหากาวยาแนวร่องกระเบื้องสระว่ายน้ำ – ช่วงหน้าฝน

          การทำงานตกแต่งหรือการก่อสร้างภายนอกอาคารโดยปกติมักหลีกเลี่ยงการทำงานช่วงหน้าฝน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยนอกเหนือการควบคุม โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนและความชื้นที่ตามมามักส่งผลให้งานตกแต่งและ ก่อสร้างไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ อาจทำให้เสียหาย หรือต้องรื้อทำใหม่ทำให้เสียเวลา และค่าใช้จ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งต่างจากการทำงานในช่วงหน้าแล้งโดยสิ้นเชิง ดังนั้น ผู้รับเหางานส่วนใหญ่จึงมักวางแผนเพื่อทำงานภายในอาคารในช่วงฤดูฝนเป็นหลัก และเก็บงานทำภายนอกไว้เพื่อรอฝนหมด

          อย่างไรก็ดี ในการทำงานบางครั้งจำเป็นต้องทำในช่วงฤดูฝนเนื่องจากมีเวลาจำกัด ก็อาจสามารถทำได้แต่ต้องมีวิธีป้องกันอย่างรัดกุม เช่น การกางเต้นท์บังฝน หรือ ใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพกันหรือคลุมไว้ระหว่างการค้างงาน หรือทำงานเสร็จแต่อยู่ระหว่างการควบคุมก่อนการเปิดพื้นที่ใช้งาน เพื่อไม่ให้งานที่อู่ระหว่างรอเวลาก่อนการใช้งานเสียหายได้ แต่ถ้าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น สระว่ายน้ำ แม้ทำได้ก็ไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นความเสียหายที่ตามมาจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

          การยาแนวสระว่ายน้ำ ควรเริ่มจากการเตรียมพื้นที่ทำงานให้สามารถป้องกันแดดหรือฝนระหว่างการทำงาน  หรือหลังการทำเสร็จ แต่ปูนกาวยาแนวยังไม่แห้งตัวหรือเซ็ตตัวได้อย่างสมบูรณ์ เพราะหากโดนฝนหรือเกิดน้ำจังจะทำให้การทำงานั้นเสียหายทันที เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่เข้าสู้กาวยาแนว ระหว่างเซ็ตตัว (อย่างน้อยที่สุด 48 ชั่วโมง) ไม่สามารถเซ็ตตัวได้อีก แม้จะปล่อยเวลาผ่านไปก็ตาม เนื่องจากน้ำฝนทำให้อัตราส่วน ปูนกาว:น้ำ (4:1 โดยประมาณ) เปลี่ยนไป น้ำมากเกินจนการทำปฏิกิริยาของปูนเพื่อเซ็ตตัวล้มเหลว ปูนกาวจึงอาจถูกชะไปกับฝนทำให้เกิดคราบไหลตามแผ่นกระเบื้องได้ และแม้ว่าเกิน 48 ชั่วโมง ไปแล้วก็ตามปูนกาวยาแนวด้านในก็อาจยังไม่สามารถเซ็ตตัว (เนื่องจากปริมาณความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศช่วงหน้าฝนสูง) แม้พื้นผิวภายนอกอาจดูเหมือนแห้งหรือเซ็ตตัวแล้วก็ตาม แต่เมื่อถูกฝนชะลงมาซ้ำอีก ปริมาณน้ำที่ไม่ใช่แต่เฉพาะในกาวยาแนวด้านในเท่านั้น ผนังซึ่งอุ้มและซึมน้ำไว้ ก็จะมีปริมาณสูงขึ้นตามไปด้วย และเมื่ออากาศดีขึ้นมีแดดและลมช่วย น้ำด้านในก็จะทยอยออกมาตามร่องกระเบื้องทำให้เกิดคราบน้ำปูนเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งอันที่จริงเป็นเพียงข้อบ่งชี้ให้เห็นว่า ผนังด้านในอุ้มน้ำไว้เป็นจำนวนมากและกาวยาแนวด้านในไม่แห้งตัว หรืออาจเรียกได้ว่าคราบน้ำปูนภายหลังการทำงานโดยเฉพาะหลังฝนตกและกาวยาแนวไม่เซ็ตตัว

          วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุดคือ การขูดร่องกาวยาแนวที่เสียหายออกและทำการยาแนวใหม่แต่ต้องให้แน่ใจว่าพื้นผนังด้านในไม่อุ้มน้ำไว้มากเกินไป และกาวยาแนวเก่าได้ขูดลอกออกจนหมด มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหาซ้ำเดิม

          ผู้บริโภคอาจตกใจว่าคราบปูนกาวยาแนวที่ใช้ไม่มีประสิทธิหรือเลือกใช้วัสดุผิด แต่อันที่จริงแล้วเกิดจากความเสียหายจากปัจจัยภายนอกหรือปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝนที่อยู่นอกเหนือการควบคุมนั้นเอง และเป็นเพียงคราบน้ำปูนทั่วไฟเกิดขึ้นได้ภายหลังการทำงาน ภายหลังฝนตก พื้นผนังด้านในชุ่มน้ำ และกาวยาแนวด้านในไม่แห้งตัว

          หากเป็นการทำงานทั่วไปตามปกติ ช่างผู้ชำนาญในการทำงานปูกระเบื้องและกาวยาแนว จะใช้น้ำยากำจัดคราบปูน โดยเฉพาะเพื่อทำความสะอาด ภายหลังการทำงานและทำความสะอาดซ้ำอีก 1-2 สัปดาห์ ภายหลังเพื่อกำจัดคาบส่วนเกิน หรือก่อนการส่งมอบงาน เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์หรือเพื่อแก้ไขในจุดบกพร่องอีกครั้ง

          คำถามที่มักตามมาอีกประการ คือ ความทนทานระหว่างการใช้งานสระว่ายน้ำซึ่งต้องมีการเติมปริมาณคลอรีนเข้าในสระว่ายน้ำ ซึ่งปูนกาวยาแนวโดยทั่วไปมีองค์ประกอบของ ปูนขาวปอร์ตแลนด์ 70-80% ดังนั้นความทนทานหลักก็คือ ปูนซีเมนต์ บวกกับเคมีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของปูน ซึ่งโดยทั่วไปในการดูแลน้ำในสระว่ายน้ำควรควบคุม

  • ·       ความเป็นกรด-ด่าง ที่ pH 7.2 - 7.6
  • ·       ปริมาฯคลอรีน ไม่เกิน 1.0ppm
  • ·       ปริมาณคาร์บอเนตและซัลเฟต ไม่เกิน 250ppm

(ในทฤษฎี) ส่วนในทางปฏิบัติก็ควรทำแต่มักทำได้ยาก หากต้องการคุณภาพของวัสดุสำหรับแนวร่องกระเบื้อง ที่ทนทานต่อสารเคมีได้ดีกว่านี้ ต้องเปลี่ยนเป็น เรซิ่น  อะคริลิค พียู หรือ อีพร๊อกซี่

โดยเฉพาะอีพร๊อกซี่(EPOXY) จะมีความทนทานต่อสารเคมีได้ดี เพราะมักใช้ในห้องปฏิบัติการทางเคมีโดยเฉพาะ คงต้องพิจารณาถึงความจำเป็นเพราะ หากต้องทนสารเคมีได้สูงมาก ท่านอาจได้สระว่ายน้ำที่สวยงามใช้งานได้อย่างยาวนาน แต่คงเป็นอันตรายต่อผู้ใช้สระว่ายน้ำอย่างแน่นอน



 
tag :

Tag